GIRL EVOLUTION: Piam BNK48, 
an idol who burns all the sadnesss into happiness.

Piam’s interview (partial)
a day magazine.
source: http://www.adaymagazine.com/articles/archive-aday207-piam-bnk48

GIRL EVOLUTION: Piam BNK48,
an idol who burns all the sadnesss into happiness.

01

“Who told you to wear student shoes with casual clothes like that!? Change it. Go change it now!” I screamed.

Piam burst out laughing before confessed that she’s still improving.

“I didn’t know how to dress up or do the makeup. I just started learning it when I joined BNK48. Now, I’ve been asking (for advices from) other members. Like, in the beginning, my foundation was so off that my face looked so gray. Once the fans wrote to me about it, I’ve tried to correct and improve” She smiled shyly.

02

It began at our debut at Japan Expo when everyone were doing the hand-over-mouth pose. The moment (Trying not to laugh) the muscles around my cheek were stiffening up, so I was giving out an awkward smile. Plus, my pose was looking as if I was going to slap someone. (Laughing out loud) That’s why the (famous Facebook) page Nongg made fun of me by calling me “Piam-Gee (of) the Fire Rose”. Plus, one of the member of this “Fire Rose” gang’s name is Rinrada which is also my name too, so there’s another connection between us.

T/N: เปี่ยมจีกุหลาบไฟ (Piam-gee-ku-larb-fai) is a nickname that one of the famous parody facebook page uses to refer to Piam. That page talks about many fictional characters and among those, there’s a gang of girls called กุหลาบไฟ (which can be literally translated as Fire Rose). Hence, she was asked about the origin of this nickname.

03

“If I was asked if a look is important for being an idol, (Paused to think)personally I think the look is not important but the charm is. If your appearance is good, you’re good looking but you don’t have the charm, then you can’t attract people. However, if the look is not so bad but that person has a personal charm, then that person can draw people in and become memorable.”

Finally, Piam made it to a favorite of this parody page with an initial of an N in less than a week. The more they teased her, the more the fell in love with her and the nickname, “Piam-Gee (of) the Fire rose had become one of the popular hashtag in the social medias.

04

The first hand-shake even of BNK48, your line was quite small (T/N: She used the word “compact”)  when compared to other members’. Let me ask you straightforwardly, did you feel down? She gave me a big smiled and answered me with a clear voice “No”.

“If you asked about my feelings, I’d say I was very excited because it was the first time that I get to do the handshake with my fans. When I met them, I was so happy that we get to exchange our loves (towards each other). It was a happy moment. Did my line was long? It was not bad, more than expected I’d say. But when compared it with other members’ lanes, the popularity was different. It depends on each members. I left the thoughts alone not to overthink about it.” She shared her feelings on that day to us before answering the questions about her attitude towards work and how to deal with being an almost-the-youngest idol of the group.

05

Even though, she’s got “Fire Rose” attaching to her name, her road to idol is not a bed of roses because she has to pave the way herself and also bearing dreams of all the fans who support her.

“To these days, we have received love from many people.The ultimate happiness of being an idol, to me, it’s being able to get on stage and witness all the cheers from the fans who standing down there and I think that’s the ultimate happiness for many of the idols too”

Advertisements

LIPHLICH

เหมือนเดิมค่ะไม่ได้แปลหมดเลือก(บางส่วนที่่ตัวเองสนใจ)มา
แปลผิดก็ขออภัยมือใหม่กำลังเรียน แก้ให้ด้วยจะขอบคุณมากค่ะ 😀

source: http://ure.pia.co.jp/articles/-/14129?page=2

คร่าวๆก่อนคือฟอร์มมานานอยู่มานานพอควรแต่อินดี้จนมาเข้า
marder suitcase ก็เริ่มจะโปรโมทจริงจังและวางขายซีดีตามร้านทั่วไป
เมมเบอร์ได้แก่
– Shingo Kuga (Vo.)
– Takayuki Arai (Gt.)
– Wataru Shindo (Ba.)
– Eiki Maruyama (Dr.)

  • ชื่อวงมีที่มาจากตัวละครในเรื่อง The Rocky Horror Pictures
    ที่ชื่อว่า Riff Raff พอดีว่าคุกะชอบเลยเรื่องนี้ เลยตกลงกันสองคน
    (กับวาตารุ?)ว่าจะใช้ชื่อนี้ แต่พอไลฟ์แรกดันไปแนะนำตัวบนเวที
    ว่าลิปลิชซะงั้นเลยได้ตกลงเอาชื่อนี้เลย ถถถถ
  • ตอนแรกไม่ได้กะจะเข้าวงการวิชวลเคย์เพราะดูๆไปคิดว่าวงการนี้
    ไม่ใช่แนวที่ชอบแต่ด้วยความที่แต่งหน้าเล่นดนตรีแล้วก็เล่นตาม
    ไลฟ์เฮ้าท์ของวงร็อคทั้งหลายเลยโดนมองว่าเป็นแบบนั้น
    ตอนนี้ก็เหมือนไม่ได้ชอบแต่ก็เลยตามเลย?
  • คอนเซปท์ของวงคือเป็นดนตรีที่มีแต่พวกเค้าทำออกมาได้
    พูดง่ายๆก็คือโคดจะมีเอกลักษณ์อ่ะแหละ อยากให้ฟังแว๊บเดียว
    ก็รู้ว่าอ๊ะ!นี่ลิปลิชนี่ไรงี้
  • คนแต่งเพลงคือคุกะ(ร้องนำ)
  • วงนี้เมมเบอร์แต่ละคนดูฟังเพลงหลากหลายแนวดี คุกะชอบSADS
    (โอเคนะจุดนี้เราคิดว่าฮีคงชอบคิโยฮารุมากจริงๆ ถถถ)
  • คุกะเจอวาตารุครั้งตอนไปนั่งดริ๊งค์คนเดียวในบาร์แล้วเห็นผมสะดุดตา
    ตั้งครึ่งปล่อยครึ่ง แบบวง90’sอ่ะ โยชิกิซังสมัยก่อนไรงี้เลยคิดว่า
    ต้องเล่นดนตรีแน่ๆ แต่จริงๆคือไม่ได้เล่น ไม่ได้อยากเล่น
    ไม่เคยคิดจะทำวง ถถถถ แต่วาตารุก็มาเริ่มเล่นหลังจากโดนชวน
    ทำวงดนตรี (วตร.ใช้ตำว่าโดนนู้บชวน…555)
  • เมื่อก่อนวาตารุชอบแฟชั่นแนวพังค์เลยทำผมตั้ง (ก็คงโมฮวอกแหละน้า)
    แล้วก็เริ่มขี้เกียจเลยเอาตั้งแค่ครึ่งเดียว ถถถถ
  • วาตารุใช้เบส 7 สายด้วยเหตุผลที่ว่าเพราะมันใหญ่ดี คือฮีชอบอะไรใหญ่ๆ
    ถถถถ คุกะก็แซวว่าสาย1ก็ไม่ใช้เอาไปทำไมตัวใหญ่ๆ ถถถ
  • คุกะซังอยากจะขึ้นบุโดกังโดยที่ไม่เข้าสายป๊อบ ทากะก็เข้าวงมาด้วย
    เหตุผลประมาณนี้คือคิดว่าวงนี้น่าจะขึ้นบุโดกังได้นะ
  • วาตารุไม่ตัดผมมา 5 ปีได้แล้วและไม่คิดจะตัด ฮีอยากจะให้ผมยาวถึงพื้น
    ด้วยอ่ะ (สถิติโลกเลยไหมมม)

มีอะไรจะสารภาพ ตอนแรกอ่านแล้วแปลผิดแปลว่าฮีอยากจะให้ผมร่วงอยู่ทุกที่(ที่ไป)
คือขอโทษข่าา กลายเป็นเพิ่มเลเวลความweirdให้ฮีเลยทีเดียว ถถถถ
แล้วคือเวลาฮีตอบคำถามแม่งมีการ ฮิๆๆต่อท้าย (จริงๆคือフフフ แต่แปลให้สมกับ
เป็นเฮนไตซังก็ฮิๆดีกว่าเนอะ ถถถ)
**พอดีมีชื่อเล่นเรียกฮีว่าเฮนไตซัง ถถถถ หนึ่งในความฝันของเราคือ
การได้ไปอินสโตร์แล้วถ่าย2-shotกอดขาฮี  (〃∇〃) คย๊าาาา

ตอนแรกกะจะเอา Lost Decadent มาแปะแต่ดันเจอเพลงนี้
งอแงงงงงงงงง จองSTUMPแบบLimited Editionไม่ทัน แงงง
เสียใจอุตส่าห์มีแผ่นขายหน้าไลฟ์หายากๆแต่ดันเสือกลืมจองแผ่นเน้orz

จริงๆเก๊าเมนอะกิโตะซังนะ (ออกไปแล้ว ถถถ)

may♪

AvelCain

โพสต์แรกเอาที่ลงทวิตเตอร์ไปดีกว่า
ไม่ได้แปลหมด แค่เลือก(บางส่วนที่่ตัวเองชอบ)มาแปล
แปลผิดก็ขออภัย แก้ให้ด้วยจะขอบคุณมากค่ะ 😀

  • ชื่อของวงมีที่มาจากไบเบิ้ล คืออดัมกับอีฟมีลูกชื่อคาอินกับอาเบล
    แล้วเหมือนใครๆก็ชมแต่คนน้อง คนพี่ก็เลยฆ่าน้องตายด้วยความอิจฉา
    ฆาตกรคนแรกของมนุษยชาติได้ถือกำเนิดขึ้น รวมทั้งความรู้สึก
    ที่เรียกว่า”ความอิจฉาด้วย) เลยเอาชื่อมาจากทั้งสองคนนั้น
  • เพลงของAvelCainให้ความสำคัญกับเรื่อง”ความอิจฉา”,
    “ความปรารถนา” แล้วก็ “ความเศร้าของมนุษย์” คิดว่าปลายทางของ
    ความอิจฉาและความปรารถนาท้ายที่สุดแล้วคือ “ความรัก”
    เพราะว่ารักเลยอิจฉา เลยปรารถนา คอนเซ็ปท์ของAvelCain
    ไม่อยากจะพูดถึงความรักอย่างตรงๆแต่อยากจะพูดถึงความอิจฉา
    ความปรารถนาที่เกิดจากความรัก คารุมะบอกว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่าง
    ก็ถูกเชื่อมโยงไปที่ความรักน่ะ เพราะฉะนั้นวงนี้ไม่ใช่วงที่เอาแต่กรีดข้อมือนะ
  • เซย์โกะซังเป็นสมาชิกคนที่ 4 ของวง ในไลฟ์ก็อยู่บนเวทีตลอด
    มักจะโผล่มาบ่อยๆตอนเล่นเพลง Hebi to Ubume (蛇と姑獲鳥)
    อุบุเมะเป็นวิญญาณของแม่ที่ให้กำเนิดลูกไม่ได้ ลูกคนนั้นก็คือเซย์โกะซังนั่นเอง
    ในเพลงให้อารมณ์ประมาณว่า “ขอโทษนะที่ทำให้เกิดมาไม่ได้” แฝงไว้อยู่
    เลยกอดเซย์โกะซังไปร้องเพลงไป
    **สนใจเรื่องอุบุเมะ เชิญอ่านเพิ่มเติ่มที่วิกิเลยค่ะ → here
    เซย์โกะซังเด็กอยู่เลย อยู่ป.4 แต่ชอบออกไปเดินเล่นกลางคืนคนเดียว
  • เพลงของAvelCainส่วนใหญ่ eveซัง(ex.Lycaon) เป็นคนแต่ง
    อิมเมจของเพลงก็ได้มาจากชื่อเพลงซะส่วนใหญ่ แต่งเพลงก่อนแล้ว
    ค่อยเขียนเนื้อทีหลัง
  • เพลง Shinigeshou (死化粧) เขียนถึงคุณยาย(หรือคุณย่า)ที่เสีย
    ระหว่างทัวร์คุณยายเสียที่ที่บ้านไม่บอกมารู้ก็ตอนทัวร์เสร็จแล้ว
    เลยไม่ได้เจอเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความที่เป็นคนประเภทที่คิดอะไร
    กับครอบครัวแล้วจะไม่พูดตรงๆเลยเสียใจที่ไม่ได้พูดอะไรกับคุณยาย
    ก่อนที่จะเสีย ในเนื้อเพลงไม่ได้เขียนถึงสิ่งที่อยากจะพูดกับคุณยายตรงๆ
    แต่เป็นข้อความที่สื่อว่ามันไม่มีอะไรการันตีว่าจะได้เจอกันในวันพรุ่งนี้
    เพราะฉะนั้นให้ความสำคัญกับวันนี้กันเถอะ
  • เนื้อเพลง Ayatori (彩虜-あやとり-) พูดถึงเด็กคนหนึ่งที่โดนพ่อแม่ทารุณ
    สุดท้ายก็เลยฆ่าพ่อแม่ตัวเองแล้วเอาไส้มาเล่นแบบเล่นเชือก เหตุผลที่ฆ่าคือ
    อยากได้รับความรักบ้าง อยากโดนชมบ้าง
  • เนื้อเพลง Usotsuki (嘘つき) พูดถึงเรื่องการเกี่ยวก้อยสัญญา เรื่องคือ
    เมื่อก่อนมีผู้หญิงที่ทำงานในย่านโลกีย์คนหนึ่งเกิดไปหลงรักลูกค้าตัวเองเข้า
    แต่ลูกค้าไม่เชื่อ ชีอยากบอกให้รู้ว่าจริงจังนะเว้ยเลยตัดนิ้วตัวเองให้เลย
  • เนื้อเพลง Zenbaduru (千羽鶴) เป็นข้อความถึงแม่ คารุมะบอกว่าตอนเขียน
    เนื้อเพลงก็นึกไปว่าจำตอนอยู่ในท้องไม่ได้หรอกแต่น่าจะเป็นความรู้สึกประมาณนี้
    เนื้อเพลงก็เลยประมาณว่าในที่สุดก็ได้เจอกันแล้วนะ รอมาตลอดเลยล่ะ
    คนสัมภาษณ์เลยบอกว่าดีจังที่ตอนท้ายไม่ฆ่าแม่ไป คารุมะก็บอกว่าไม่ใช่แบบนั้น
    นะแล้วก็เสริมต่อด้วยว่าใกล้วันแม่แล้วถ้าแม่มาดูไลฟ์ก็ดีสิ (น่ารักจุง)
  • เพลง Otogiichiya (御伽一夜) เป็นคัฟเวอร์เพลงของวงเก่าอีฟซัง
    (Puppet Mammy) คารุมะได้ CD ของ Puppet Mammy เป็นของขวัญ
    วันเกิดพอได้ยินเพลงนี้ก็คิดว่าเจ๋งดี เลยไปขอคัฟเวอร์ อีฟซังก็ให้

บทสัมภาษณ์จาก: http://v-kei.jp/interview/?interviewId=146

may♪